Beegin : )

posted on 03 Dec 2009 12:55 by bee-zo-red

 

 

สวัสดีค่ะ ไม่ได้มาเขียนที่นี่หลายปี ปล่อยให้รกร้างอยู่ซะเนิ่นนาน

คราวนี้กลับมาเพราะตั้งใจไว้ว่าจะลองเขียนblog เกี่ยวกับการ styling ดูค่ะ

ไม่ใช่ guru อะไรหรอกนะคะ แค่ชอบและอยากแชร์กับเพื่อนๆดู จะได้ฝึกการ styling ไปในตัว

เพราะบางทีการแต่งตัวอยู่ในห้องเพียงคนเดียวก็ไม่สนุกเท่ามีคนมาช่วยกันออกความเห็น จริงมั้ยค่ะ? : )

 

การแต่งตัวที่หลายๆคนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระและสิ้นเปลือง

แต่ในความเป็นจริงแล้วมันมีมิติและที่มาในเชิงลึกซึ่งเกี่ยวข้องกับทุกๆอย่าง ทั้งเรื่องของชนชั้น อำนาจ ศาสนาและการเมือง

แต่ก่อนบีก็ไม่ได้คิดไปไกลถึงขนาดนั้นหรอกค่ะเพียงแต่เพิ่งได้มีโอกาสอ่านหนังสือ "ส้นสูง สโนไวท์ ลิปสติก" ที่คุณ คำ ผกากับคุณ กุสุมาลย์ ณ กำพู เขียนถึงเรื่องการแต่งกายไว้

ได้ความรู้ใหม่มาเยอะมากเลยค่ะ ความรู้ที่เราไม่เคยคิดจะมองเลยด้วยซ้ำไป

ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมแนะนำให้ไปอ่านค่ะ : )

 

สำหรับบี การแต่งตัวเป็นเหมือนการแสดงศิลปะย่อยๆบนร่างกาย

สนุกจะตายไปหยิบนู่นจับนี่มาmatch กันตามวาระและโอกาสต่างๆ

ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ของ brandname เลยด้วยซ้ำไปค่ะ ใช้แค่สมองและของที่มีอยู่ เราก็ดูดีได้เหมือนกัน

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเราสามารถแต่งตัวให้ดูดีได้โดยไม่ต้องพึ่งของ brandname ที่designมาแบบแทบไม่ต้องmatch แล้ว

สำหรับบี แปลว่า styling เก่งมากค่ะ นั่นแหละค่ะคือคุณสมบัติที่แท้จริงของ stylist

 

บีเคยทำเสื้อผ้าที่กองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง 2 เรื่อง แต่ไม่ได้ใช้ฝีมืออะไรมาก เพราะเป็นผู้ช่วยเค้าอีกที

แต่ทั้งๆที่เป็นแค่หนังฟอร์มเล็กแถมยังเป็นหนังตลกซึ่งเสื้อผ้าไม่ได้หายากมากเพราะออกแนวชนบทที่คาแรกเตอร์ชัดเจนอยู่แล้ว

ก็ยังยากอยู่ดีกว่าเจ้านายบีจะ present ผกก.ผ่านได้ก็เสียเงินซื้อหลายอยู่เหมือนกัน(แต่ก็เงินกองอ่ะแหละค่ะ)

 

ล่าสุดเพิ่งมีโอกาสได้ไปทำ fashion show ให้งาน staff party ของบริษัทๆนึงมา

เป็นงานที่มีโจทย์ว่าให้นำเสื้อโปโลประจำบริษัทมาประยุกต์ใช้เป็นชุดต่างๆในชีวิตประจำวัน แล้วให้พนักงานของบริษัทเป็นนางแบบนายแบบกันเอง

อาจจะดูเหมือนง่ายนะคะ แต่ในความเป็นจริงแล้วยากม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก

บีได้รับมอบหมายให้คิดมาทั้งหมด 8 ชุด ตอนคิดจะคิดอะไรก็ได้ แต่พอเอาเข้าจริงมันยากตรงที่นางแบบเป็นแค่คนปกติ หลายคนรูปร่างไม่เอื้อกับงานเท่าไหร่

การที่นางแบบต้องผอมและสูงนั้นก็เพื่อให้ดูเหมือนไม้แขวนเสื้อมากที่สุดค่ะ เวลาใส่อะไรลงไปก็ง่าย

เพราะสัดส่วนก็ตรงๆแบนๆโดยส่วนใหญ่  ไม่ต้องมาคอยคิดถึงจุดนั้นจุดนี้ให้มากความ

นี่นอกจากจะต้องคิดชุดแล้ว ยังต้องคำนึงถึงสัดส่วนของแต่ละคนที่รูปร่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงอีก เล่นเอาเหนื่อยเลย

และถ้าเป็นนางแบบมืออาชีพจะจับใส่อะไรก็ง่ายกว่าเพราะเค้าถือว่ามาทำงาน แต่กับนางแบบที่ไม่มืออาชีพเหล่านี้ก็จะเรื่องมาก เราจับใส่อะไรที่เค้าไม่พอใจเค้าจะวีนและหน้าบึ้งตลอดเวลาซึ่งทำให้เราทำงานยากกว่าเดิมมากขึ้นไปอีก

แต่พอเสร็จงานแล้วทุกคนก็ดูจะ happy ดีนะคะ ท้ายที่สุดแล้วเค้าก็แค่ต้องการจะได้แต่งหน้าแต่งตัวให้มันดูสวยหล่อผิดไปจากวันธรรมดาก็แค่นั้นเองแหละค่ะ

ไว้คราวหน้าจะเอารูปวันงานมาลงให้ดูค่ะ  ตอนนี้ยังไม่ได้รูปจากตากล้องเลย เดี๋ยวแถมพิเศษรูปที่ถ่ายคู่กับปาล์มมี่ด้วยดีกว่าค่ะ ฮ่าๆ

 

สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ : )

 

 

edit @ 3 Dec 2009 15:48:51 by Your Beautiful Summer